<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘20 ปี พอช.’  “พลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ (แถวหน้าที่ 4 จากขวาไปซ้าย) ร่วมงานประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติเมื่อเร็วๆ นี้ที่ พอช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นองค์การมหาชนแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2542 &amp;nbsp;เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2543 &amp;nbsp;ปัจจุบัน พอช.ดำเนินงานครบ 20 ปี&amp;nbsp; มีภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรชุมชนผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนด้านต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิสัยทัศน์&amp;nbsp; ตามแผนยุทธศาสตร์ของของสถาบันฯ คือ &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทยในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์การขับเคลื่อน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักและพื้นที่เป็นตัวตั้งในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; ที่มีความหมายมากกว่าคำว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; กิจกรรมสำคัญของ พอช. คือ&amp;nbsp; การสนับสนุนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยและคนยากจนทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ &amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ไม่ต้องถูกขับไล่&amp;nbsp; อยู่อาศัยในที่ดินที่ถูกกฎหมาย &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; รวมกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนเช่าหรือซื้อที่ดินใหม่เพื่อปลูกสร้างบ้าน-สร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp; สินเชื่อ&amp;nbsp; และเป็นที่ปรึกษาโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้ขยายเป็นโครงการอื่นๆ&amp;nbsp; อีกหลายโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงชนบท &amp;nbsp;โครงการบ้านพอเพียงชนบท &amp;nbsp;(สนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านผู้ยากไร้ในชนบท) &amp;nbsp;ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ปทุมธานี &amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp; และขอนแก่น&amp;nbsp; เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp; และการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทุกประเภทของ&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ให้องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการดำเนินการ &amp;nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ตั้งแต่การสำรวจข้อมูลชุมชน &amp;nbsp;ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; เช่าหรือจัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อออมเงินสร้างบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบบ้าน-ผังชุมชนให้ตรงกับความต้องการของชุมชน &amp;nbsp;การบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในทุกๆ ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2546 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;พอช.สนับสนุนการแก้ปัญหาให้ประชาชนผู้ยากไร้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000&amp;nbsp; ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 249,000 ครัวเรือน (บ้านมั่นคงในเมืองและชนบท 116,719 ครัวเรือน, บ้านพอเพียงชนบท 69,425 ครัวเรือน, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร 2,972 ครัวเรือน, ซ่อมสร้างบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 11,388 ครัวเรือน, ซ่อมสร้างบ้านในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ 48,992 ครัวเรือน&amp;nbsp; ฯลฯ) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการมีบ้านที่มั่นคงแล้ว &amp;nbsp;องค์กรชุมชนที่เข้าร่วมโครงการด้านที่อยู่อาศัยกับ พอช. ระบุว่า กระบวนการทำงานด้านที่อยู่อาศัยซึ่งส่วนใหญ่ยาวนานหลายปีนั้น &amp;nbsp;ทำให้ครัวเรือนมีเงินสะสมเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค &amp;nbsp;ไฟฟ้า น้ำประปาลงกว่าครึ่ง &amp;nbsp;องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีความสามารถในการบริหารจัดการต่างๆ &amp;nbsp;ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ &amp;nbsp;ทำให้คนจนเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp; และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับภาคีการพัฒนาอื่นๆ&amp;nbsp; ได้อย่างสง่าผ่าเผย &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมกับคำกล่าวที่ว่า &amp;ldquo;บ้านมั่นคงเป็นบ้านที่มีความหมายมากกว่าคำว่าบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ปัญหาสำคัญของชุมชนชนบทที่สั่งสมมายาวนานคือปัญหาด้านที่ดิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทับซ้อนกับเขตป่าสงวนฯ&amp;nbsp; ป่าไม้ ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;พอช.ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนได้ริเริ่มการแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการสนับสนุนให้องค์กรชุมชนในพื้นที่กว่า 1,000 ตำบลจัดเก็บข้อมูลปัญหาที่ดินในชุมชนอย่างละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;เพื่อนำมาแยกแยะประเภทปัญหาแล้ววางแผนแก้ปัญหาในรูปแบบต่างๆ &amp;nbsp;การขอเช่าที่ดิน&amp;nbsp; ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ที่ดิน ส.ป.ก., ป่าเสื่อมโทรม, ที่ดินราชพัสดุ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;ldquo;Social Safety Net&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2548 &amp;nbsp;พอช. และขบวนองค์กรชุมชนได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล &amp;nbsp;โดยสมาชิกส่วนใหญ่สมทบเงินเข้ากองทุนวันละ 1 บาท &amp;nbsp;หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือและจัดสวัสดิการให้สมาชิกกว่า 20 &amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp; ตั้งแต่เกิด &amp;nbsp;แก่ &amp;nbsp;เจ็บ &amp;nbsp;ตาย&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบภัย &amp;nbsp;จัดหาที่ดินและที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ดูแลผู้ป่วยติดเตียง &amp;nbsp;คนชรา&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ถือเป็น &amp;ldquo;ตาข่ายรองรับผู้ประสบภัยทางสังคม&amp;rdquo; &amp;nbsp;หรือ &amp;lsquo;Social Safety Net&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่สร้างขึ้นโดยประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจำนวน 6,032 กองทุน &amp;nbsp;มีสมาชิกกว่า 5.9 &amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมกันกว่า 17,600 &amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 65 เป็นเงินที่มาจากสมทบของสมาชิก &amp;nbsp;เป็นการพิสูจน์พลังของเงินหนึ่งบาทได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมากองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือสมาชิกทั่วประเทศไปแล้วกว่า 2.2 &amp;nbsp;ล้านคน &amp;nbsp;รวมเป็นเงินกว่า 2,400 &amp;nbsp;ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; &amp;ldquo;สร้างประชาธิปไตยจากฐานราก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2551 &amp;nbsp;พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนมีผลบังคับใช้ &amp;nbsp;โดย พอช.มีฐานะเป็นหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มและองค์กรชุมชนในระดับตำบลจัดตั้ง &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ขึ้นมาทั่วประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นมากมายหลายด้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเวทีกลางปรึกษาหารือปัญหาสาธารณะ &amp;nbsp;ติดตามโครงการพัฒนาต่างๆ ในตำบล &amp;nbsp;การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ที่ดินทำกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมชุมชน &amp;nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp; ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในการประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลตามมาตรา 32 &amp;nbsp;ของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 กำหนดว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ให้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลดำเนินการเรื่องต่างๆ &amp;nbsp;ดังต่อไปนี้&amp;nbsp; (2)&amp;nbsp; ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคมและกฎหมาย&amp;nbsp; รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลต่อพื้นที่มากกว่าหนึ่งจังหวัด&amp;nbsp; ทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม&amp;nbsp; คุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;(3) สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศเกือบทุกท้องถิ่น&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;7,794 &amp;nbsp;สภาฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ร่วมจัดตั้งสภาฯ กว่า 156,000 &amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างประชาธิปไตยจากฐานราก &amp;nbsp;เพราะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ &amp;nbsp;และเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่จะขับเคลื่อนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นได้กว้างขวางที่สุดกลไกหนึ่งของประเทศไทยในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนด้านเศรษฐกิจและสินเชื่อชุมชนกว่า 10,800 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจสำคัญประการหนึ่งที่กำหนดเอาไว้ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พ.ศ.2543&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การสนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ &amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;การเพิ่มรายได้ &amp;nbsp;การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนทั้งในเมืองและชนบท &amp;nbsp;โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวม &amp;nbsp;และหลักการพัฒนาที่สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมเป็นแนวทางสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; คนจนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินสินเชื่อเพื่อทำกิจกรรมพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ &amp;nbsp;รัฐจึงกำหนดให้ พอช. มีภารกิจในการให้สินเชื่อแก่องค์กรชุมชนมาตั้งแต่การก่อตั้งสถาบันฯ &amp;nbsp;โดยในช่วงแรกๆ เป็นสินเชื่อเพื่อการพัฒนาอาชีพและธุรกิจชุมชน &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อมีโครงการบ้านมั่นคงในปี 2546 &amp;nbsp;สินเชื่อส่วนใหญ่ของ พอช.จึงเป็นสินเชื่อเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งครัวเรือนที่เดือดร้อนสามารถกู้ได้สูงสุด 360,000 บาท &amp;nbsp;ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp; 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช.ให้สินเชื่อแก่ 986 องค์กรชุมชน &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 10,863 ล้านบาท &amp;nbsp;ทำให้ประชาชน 406,803&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;6,272 ชุมชน &amp;nbsp;มีบ้าน &amp;nbsp;มีอาชีพ &amp;nbsp;มีรายได้จากการใช้สินเชื่อดังกล่าว &amp;nbsp;ครัวเรือนที่ยากลำบากเหล่านี้เป็นครัวเรือนที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินในระบบปกติ&amp;nbsp; เพราะรายได้และฐานะทางการเงินไม่เพียงพอที่จะเป็นหลักประกันเงินกู้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ปี พอช. และก้าวต่อไป...&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มแผ่นดินในปี 2579&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บทบาทของ พอช.ต่อสังคมไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีอย่างน้อย 3 ประการ&amp;nbsp; คือ 1.การพัฒนาคุณภาพชีวิตทางด้านต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ที่ดิน&amp;nbsp; สวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; 2.การทำงานของ พอช. ทำให้องค์กรชุมชนทั่วประเทศมีบทบาท &amp;nbsp;มีสถานะ ได้รับการยอมรับเป็นภาคส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมทั้งในเมืองและชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3. คือ พอช.ในฐานะหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp; เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างการขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นระดับชุมชนและการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะของรัฐ &amp;nbsp;เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขวางทั่วทั้งสังคม &amp;nbsp;โดยใช้ตัวอย่างการพัฒนาที่ชุมชนทั่วประเทศพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีมาเป็นรูปแบบในการขยายผลไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยังเป็นยังเปเ็นการพิสูจน์ด้วยว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นมาเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทที่สาม&amp;nbsp; นอกเหนือจากระบบราชการ &amp;nbsp;และรัฐวิสาหกิจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อทำงานบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม &amp;nbsp;ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบราชการนั้น &amp;nbsp;เป็นแนวคิดที่ถูกต้อง ควรจักได้ขยายผลเป็นแนวทางหลักในการปฏิรูปประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาการทำงานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช.และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้มีการทบทวนและสรุปบทเรียนการทำงานเป็นระยะๆ เพื่อปรับวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกและสังคมไทยที่ก้าวเดินต่อไปโดยไม่ยอมหยุดนิ่ง&amp;nbsp; โดยยึดแนวทาง &amp;ldquo;การสนับสนุนให้องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนงานพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพราะเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมาย &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทยในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่อยู่อาศัยโลกปี&amp;nbsp; 2563 : Housing for all A better urban future&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มหกรรมงาน &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(การจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก เมื่อ 5 ตุลาคมที่ผ่านมาที่หน้าสำนักงานใหญ่ UN ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;เครือข่ายสลัม 4 ภาคร่วมกับภาคีต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนเมืองผู้ได้รับผลกระทบจากรถไฟ (ชมฟ.) ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 2,500 คน&amp;nbsp; จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&amp;nbsp; และยื่นหนังสือข้อเรียกร้องด้านที่อยู่อาศัยให้แก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมถึงพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;บ้านมั่นคง :&amp;nbsp; &amp;ldquo;กระบวนการแก้ไขปัญหาทั้งเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ (อดีตผู้อำนวยการสถาบันฯ) &amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินงานของสถาบันฯ กำลังครบรอบเข้าสู่ปีที่ 20 &amp;nbsp;ดังนั้นการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกประจำปี 2563 นี้ &amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและรณรงค์การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินแล้ว &amp;nbsp;ยังเป็นโอกาสในการทบทวนขบวนการ &amp;nbsp;สรุปบทเรียน &amp;nbsp;จัดการความรู้ &amp;nbsp;สรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาที่อยู่อาศัยในช่วง 20 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;เพื่อมองทิศทางการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยต่อขบวนองค์กรชุมชนในอนาคต และวางแผนสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(สมสุข &amp;nbsp;บุญญะบัญชา &amp;nbsp;(นั่งขวาสุด) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ตำบลห้วยขมิ้น &amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมองย้อนกลับในช่วงการก่อตั้ง พอช.เมื่อ 20 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2543)&amp;nbsp; สมสุขมองว่า&amp;nbsp; ก่อนที่จะมีโครงการบ้านมั่นคงในปี 2546 &amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาในลักษณะที่ว่า &amp;nbsp;ชาวบ้านที่ไหนมีปัญหา หรือว่ามีความพร้อมก็ทำ เสนอโครงการมาทีละโครงการ&amp;nbsp; ที่นั่นโครงการนึง ที่นี่โครงการนึง&amp;nbsp; หรือทำทีละโครงการ &amp;nbsp;เมื่อ พอช.เสนอโครงการบ้านมั่นคงและได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในปี 2546&amp;nbsp; จึงนำร่องทั่วประเทศ 10 โครงการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พอปีถัดมาจึงเสนอว่าควรจะเป็นการทำทั้งเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือแต่ละเมืองจะต้องมีการสำรวจข้อมูล &amp;nbsp;มีการวางแผน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการว่าเมืองของเขาจะปลอดสลัม หรือว่าจะแก้ปัญหาทุกๆ สลัมในขั้นตอน ในจังหวะจะโคน ในวิธีการยังไง ในเวลากี่ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหลายเมืองที่เข้าสู่กระบวนการวางแผนการแก้ปัญหาทั้งเมืองแล้วก็มีภาพรวม&amp;nbsp; ไม่ได้ไปทำทีละโครงการหรือทีละชุมชนแล้วก็หายไป &amp;nbsp;วิธีการแบบบ้านมั่นคงก็คือ&amp;nbsp; เราจะดูจำนวนคนจนทั้งหมดที่มีปัญหาในเมืองนั้นๆ &amp;nbsp;ว่ามีอยู่เท่าไร &amp;nbsp;แล้วในจำนวนทั้งหมดนี้&amp;nbsp; เขาจะแก้ปัญหาในรูปแบบไหน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปรับปรุงอยู่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; หรือขยับไปอยู่ในที่ใหม่&amp;nbsp; ไม่ไกลจากเดิม &amp;nbsp;ทำให้แก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทุกๆ ชุมชน&amp;nbsp; และแก้ปัญหาทั้งเมือง&amp;rdquo; สมสุขเล่าถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คนจนเป็นผู้เปลี่ยนความยากจนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมสุขกล่าวว่า&amp;nbsp; ในการแก้ปัญหาทั้งเมืองจึงต้องมีหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;มีเครือข่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาโครงสร้าง &amp;nbsp;ปัญหาเรื่องที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องกฎระเบียบ &amp;nbsp;เรื่องสถานภาพ&amp;nbsp; เรื่องสาธารณูปโภค&amp;nbsp; เป็นเรื่องโครงสร้างหมด&amp;nbsp; และเกี่ยวกับระบบระเบียบกลไกทั้งหลายที่มีอยู่ในสังคม &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นกระบวนวิธีการแก้ปัญหาทั้งเมืองจึงต้องสร้างเครือข่าย สร้างกลไกความร่วมมือ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าเราไม่ได้รับความร่วมมือมากพอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหามันจะติดขัดและทำได้แต่ละโครงการเท่านั้น&amp;nbsp; และเมื่อโครงการบ้านมั่นคงเป็นที่ยอมรับของนโยบายและหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ก็สามารถจะทำให้กลไกในระบบทั้งหลายเข้ามาร่วมมือ &amp;nbsp;หรือเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; เป็นความสำคัญของการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญที่สุดก็คือ&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงเป็นรูปแบบที่ชุมชนเป็นหลัก &amp;nbsp;คนจนเป็นผู้เปลี่ยนความยากจนอันนี้เอง &amp;nbsp;แล้วก็เป็นผู้สร้างโครงการเอง &amp;nbsp;บริหารงบประมาณแล้วก็ทำมากกว่าบ้าน &amp;nbsp;เป็นโครงการที่เกิดผลไม่ใช่เรื่องของที่อยู่อาศัยที่เป็นกายภาพหรือเป็นวัตถุเพียงอย่างเดียว &amp;nbsp;แต่ว่าเป็นการสร้างระบบใหม่ &amp;nbsp;เปลี่ยนระบบโครงสร้างใหม่ของคนจนซึ่งเคยเป็นแบบหนึ่ง สถานะแบบหนึ่ง &amp;nbsp;เราเปลี่ยนทุกเรื่อง &amp;nbsp;เปลี่ยนโครงสร้างของความสัมพันธ์ภายใน เปลี่ยนโครงสร้างของเรื่องทุนที่เคยเป็นอยู่แบบเดิมที่คนจนเป็นผู้รับตลอดเวลา &amp;nbsp;มีการสร้างกองทุนร่วม &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; มีการออมทรัพย์&amp;nbsp; นำไปเชื่อมโยงกับทุนอื่นๆ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0cm 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ชาวบ้าน ต.ห้วยขมิ้น &amp;nbsp;อ.ด่านช้าง &amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี ช่วยกันสร้างบ้านมั่นคงเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนเศรษฐกิจพื้นฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนจนเริ่มมีทรัพย์สินเพราะว่าบ้านก็เป็นทรัพย์สิน &amp;nbsp;รวมทั้งเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีอาชีพที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคอนเนคชั่น &amp;nbsp;มีความสัมพันธ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจนรู้จักกับเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้จักกับผู้คนต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสวัสดิการ &amp;nbsp;มีการบริหารร่วมกัน มีการทำกิจกรรมเรื่องเด็ก เรื่องทุนการศึกษา&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;คือทุกสิ่งทุกอย่างมันมาพร้อมกับโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เป็น system change&amp;nbsp; การเปลี่ยนระบบของคนจนจากจุดหนึ่งมาสู่อีกจุดหนึ่ง อันนี้ถือว่าเป็นสาระสำคัญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้ถือเป็นพัฒนาการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน&amp;nbsp; และเป็นการสร้างการเปลี่ยนระดับเมืองไปพร้อมๆ กัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นความก้าวหน้าและทิศทางสำคัญในการพัฒนาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา...!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563 ทั่วภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; margin-bottom: 0cm; text-align: center;&quot;&gt;((ซ้าย) การเดินรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกเมื่อ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;บริเวณถนนราชดำเนิน &amp;nbsp;กรุงเทพฯ (ขวา) พอช.สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวจากเดิมเป็นชุมชนแออัด สถานภาพบุกรุก &amp;nbsp;กลายเป็นชุมชนริมคลองที่ดูสวยงามและเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;ขณะนี้สร้างเสร็จแล้วประมาณ 3,000 หลังใน 35 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศตามโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยยึดหลักการให้ชุมชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยได้รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่สนับสนุนให้ชาวชุมชนร่วมกันแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงาน&amp;nbsp; ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ข้อมูลผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; วางแผนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พอช.มีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำปรึกษา&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่และสถาปนิกมาร่วมทำงานกับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนด้านสินเชื่อและงบประมาณบางส่วน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; ระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน) นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีในท้องถิ่นร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีช่างชุมชน&amp;nbsp; จิตอาสาร่วมสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; :&amp;nbsp; คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยภายในปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน &amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรมในสังคม และสร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการพื้นฐานของรัฐ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; &amp;nbsp;(พ.ศ.2560-2579) &amp;nbsp;โดยมีวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;รับผิดชอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยอาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (การเคหะแห่งชาติประมาณ 2 ล้านครัวเรือน) แบ่งเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง 701,702 ครัวเรือน (บ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร&amp;nbsp; คนไร้บ้าน) 2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท 352,000 ครัวเรือน (ซ่อมสร้างบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000&amp;nbsp; ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 249,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;รณรงค์สร้างความตระหนักร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกๆ ปีในช่วง &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งองค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; เมืองต่างๆ ทั่วโลกจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันดังกล่าว&amp;nbsp; เฉพาะในประเทศไทย&amp;nbsp; เครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ฯลฯ จะจัดกิจกรรมรณรงค์เช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปีนี้มีการจัดงานไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม&amp;nbsp; ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับ พอช. จัดมหกรรม &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; (Housing For All : A better urban future) ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และชุมพร&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอผลการงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;ในภูมิภาคต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อ&amp;nbsp; 1.รณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชนเมือง &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง &amp;nbsp;ตั้งแต่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในชุมชน &amp;nbsp;ในเมืองของตนเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับขบวนองคาพยพจากทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านมั่นคงตำบลห้วยขมิ้น&amp;rdquo; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; :&amp;nbsp; ซ่อมสร้าง 269 หลังและขยายผลสู่อำเภอต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นายณัฐภัทร &amp;nbsp;สุวรรณประทีป &amp;nbsp;ผู้ว่า ฯ สุพรรณบุรี &amp;nbsp;(เสื้อดำแถวหน้า) ร่วมงานที่ตำบลห้วยขมิ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดภาคกลางและตะวันตก ในช่วงปี 2547 &amp;ndash; 2563&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งชุมชนเมืองและชนบท แบ่งเป็น 1.โครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบทรวม 13 จังหวัด 69 เมือง/ตำบล 108 โครงการ &amp;nbsp;รวม 9,543 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท (สนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านครัวเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ฐานะยากจน) 13 จังหวัด 448 ตำบล &amp;nbsp;รวม 11,233 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี &amp;nbsp;ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านมั่นคงเมือง จำนวน 916 ครัวเรือน &amp;nbsp;จาก 9 ชุมชน จำนวน 8 เมือง &amp;nbsp;แบ่งเป็นโครงการบ้านมั่นคงชนบท &amp;nbsp;จำนวน 587 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวม 20 ชุมชน/หมู่บ้าน ใน 2 ตำบล &amp;nbsp;และโครงการบ้านพอเพียงชนบท จำนวน 33 ตำบล &amp;nbsp;รวม 728 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีกลไกการขับเคลื่อนงานทั้งในส่วนของชุมชนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;และคณะทำงานการขับเคลื่อน นโยบายและแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน &amp;nbsp;เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ด้านที่อยู่อาศัย และดำเนินการตามแผน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีแผนขยายการแก้ไขปัญหา โดยการแต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ &amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยทั้งจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;lsquo;พิธียกเสาเอกบ้านหลังแรก&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลห้วยขมิ้น&amp;nbsp; อ.ด่านช้าง&amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ปี 2563&amp;rsquo; ให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยและมีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในตำบลห้วยขมิ้น 1 หลังแรกจากทั้งหมด 269 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีนายณัฐภัทร&amp;nbsp; สุวรรณประทีป&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพร&amp;nbsp; สาลีอ่อน&amp;nbsp; ผู้ประสานงาน&amp;nbsp; คณะทำงานบ้านมั่นคงชนบทตำบลห้วยขมิ้น&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลห้วยขมิ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มี16 หมู่บ้าน &amp;nbsp;ประชากรจำนวน&amp;nbsp; 9,337 คน&amp;nbsp; รวม &amp;nbsp;2,394 ครัวเรือน &amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตร และรับจ้างทั่วไป &amp;nbsp;มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีหนี้สิน &amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยมีสภาพทรุดโทรม &amp;nbsp;ครอบครัวอยู่กันอย่างแออัดแออัด &amp;nbsp;ส่วนที่ดินเป็นที่ดินป่าไม้ &amp;nbsp;ที่ดิน สปก. ที่ดินนิคมสร้างตนเอง&amp;nbsp; และกรมชลประทาน &amp;nbsp;ประชาชนครอบครองมานาน &amp;nbsp;แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน &amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp; อบต.ห้วยขมิ้น &amp;nbsp;และเครือข่ายที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคกลางและตะวันตกจึงร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยจัดตั้งคณะทำงานบ้านมั่นคงชนบทตำบลห้วยขมิ้นขึ้นมาในช่วงกลางปี 2563&amp;nbsp; มีคณะกรรมการ 20 คน&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การสำรวจครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แหล่งน้ำ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; ภูมิปัญญา&amp;nbsp; วัฒนธรรมประเพณี&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหา&amp;nbsp; วางแผนการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดทำโครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลห้วยขมิ้นขึ้นมาเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนจาก พอช.&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ประสานงานบ้านมั่นคงชนบทตำบลห้วยขมิ้นเล่าถึงความเป็นมาของโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจข้อมูลดังกล่าว&amp;nbsp; พบชาวบ้านที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมใน 14 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม 269 ครัวเรือน (จากทั้งหมด 2,325 ครัวเรือน)&amp;nbsp; จึงเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนการซ่อมสร้างจาก พอช.&amp;nbsp; และได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 7,767,031 บาท&amp;nbsp; (ครัวเรือนละ 8,000-40,000 บาทตามสภาพที่ต้องซ่อมสร้าง)&amp;nbsp; เริ่มซ่อมสร้างบ้านหลังแรกในวันที่ 19 ตุลาคม&amp;nbsp; และจะทยอยซ่อมสร้างเสร็จทั้งหมด 269 หลังภายในช่วงต้นปี 2565&amp;nbsp; โดยมีทีมช่างชุมชนในตำบลจำนวน 14 คนร่วมสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp; สุวรรณประทีป&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในจังหวัดสุพรรณบุรียังมีประชาชนที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยอีกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; จึงจะนำโครงการที่ตำบลห้วยขมิ้นเป็นตัวอย่างและนำไปขยายในอำเภออื่นๆ ต่อไป&amp;nbsp; โดยอยากฝากให้ พมจ.สุพรรณบุรีนำไปขยายผล&amp;nbsp; เพราะเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ต่อไปก็จะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีอาหารดี&amp;nbsp; มีการศึกษา&amp;nbsp; มีอนามัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; มีรายได้ดี&amp;nbsp; มีการประกอบอาชีพที่สุจริต&amp;nbsp; มีจิตอาสาช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; จัดการขยะ&amp;nbsp; จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; และอยู่กันอย่างมีความสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.สุพรรณบุรีกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือปี 2563 จังหวัดน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สูง &amp;nbsp;เป็นป่าไม้และภูเขา จึงมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยทับซ้อนกับเขตป่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;17 จังหวัดในภาคเหนือมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไม่ต่างไปจากภาคอื่นๆ&amp;nbsp; โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขา&amp;nbsp; ประชาชนตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานมาก่อนการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; เขตอุทยาน ฯลฯ ทำให้เกิดปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านทับซ้อนกับที่ดินป่าไม้มายาวนาน&amp;nbsp; แม้ว่ารัฐบาลในขณะนี้จะพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องนี้&amp;nbsp; ขณะที่ภาคประชาชนก็มีความพยายามที่จะเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยยึดแนวทาง &amp;ldquo;คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินศักยภาพของพื้นที่พบว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือไม่มีความมั่นคงในการอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และจากการหารือแนวทางการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินทั้งภาคเมืองและชนบทที่ดำเนินการโดยขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;พบว่ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ต่อเนื่อง &amp;nbsp;รวมทั้งนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐที่มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน จึงไม่ใช่นโยบายที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งเมืองและชนบทได้อย่างยั่งยืนได้&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเองกับปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้จังหวัดน่านเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ &amp;nbsp;ทั้งชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาทางเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยงานภาคีในจังหวัด &amp;nbsp;สำรวจข้อมูลเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน (NAN SANDBOX) ระดับจังหวัด &amp;nbsp;โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดกระบวนนำไปสู่การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;ดังนี้ 1. บ้านมั่นคงเมืองและชนบท&amp;nbsp; 19 โครงการ 4 เมือง รวม 1,078 ครัวเรือน &amp;nbsp;2. บ้านพอเพียงชนบท 53 ตำบล รวม&amp;nbsp; 527 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานฯ จึงได้เสนอพื้นที่เรียนรู้ในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่จังหวัดน่าน ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยกำหนดการจัดงานในวันที่ 30-31 ตุลาคมนี้&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อ 1.สร้างความตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินที่อยู่อาศัยของพี่น้องคนจน&amp;nbsp; 2.การประสานกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;ภาคประชาสังคม และประชาชนที่มีความความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดขบวนเดินรณรงค์เพื่อให้เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของคนจนในเมืองและชนบท &amp;nbsp;โดยการยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; นิทรรศการมีชีวิต&amp;nbsp; งานพัฒนามากกว่าคำว่าบ้าน&amp;nbsp; แสดงพื้นที่รูปธรรม 10 พื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp; เวทีเสวนา พร้อมห้องเรียนรู้การใช้ที่ดิน&amp;nbsp; (พื้นที่รูปธรรม) ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;งานมหกรรมที่อยู่อาศัยโลกปี 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;การพัฒนาที่อยู่อาศัย สู่แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด &amp;lsquo;ขอนแก่นโมเดล&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น ต้นแบบการพัฒนาทั้งเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบทในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 19 &amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp; 84 &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp; 537&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 28,912 ครัวเรือน &amp;nbsp;เกิดรูปธรรมการดำเนินงานในหลากหลายพื้นที่ และมีรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง &amp;nbsp;การพัฒนาที่อยู่อาศัยจะต้องได้รับการผลักดันให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติ &amp;nbsp;เพื่อสานต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;โดยการนำรูปธรรมที่ดำเนินการในพื้นที่มาแปรเป็นแผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยระดับจังหวัด และในระดับภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะจังหวัดขอนแก่น มีรูปธรรมการดำเนินงานเต็มพื้นที่&amp;nbsp; สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 1.โครงการบ้านมั่นคง ใน&amp;nbsp; 10&amp;nbsp; เมือง 59 ชุมชน กว่า 5,700 ครัวเรือน&amp;nbsp; 2.โครงการบ้านพอเพียงชนบท โดยดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ครัวเรือนยากจน กลุ่มคนเปราะบางที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในชุมชนมากกว่า 400 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใน&amp;nbsp; 60 ตำบล&amp;nbsp; พร้อมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือกับภาคีพัฒนามากกว่า 10 องค์กร และ 3.แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ใน 36 ตำบล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดมหกรรมที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี&amp;nbsp; 2563&amp;nbsp; จะเน้นการนำเสนอเรื่องการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัย สู่แผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยจังหวัด ขอนแก่นโมเดล&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 3-4&amp;nbsp; พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; บริเวณศาลากลางจังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานจะมีนิทรรศการแสดงพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบทของเครือข่ายบ้านมั่นคงภาคตะวันออกฉียงเหนือ&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายบ้านมั่นคงเมือง-ชนบท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; การการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมือง&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเส้นทางรถไฟ&amp;nbsp; งานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ&amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุน &amp;nbsp;ครัวชุมชนในช่วงสถานการณ์ Covid-19&amp;nbsp; การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์จังหวัดสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp; การประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย ระดับจังหวัด&amp;nbsp; และระดับภาค&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานมหกรรมวันที่อยู่อาศัยโลกภาคใต้ที่อำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดินของทุกคน ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; &amp;nbsp;Land for all : Strength communities&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ตำบลหงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จ.ชุมพร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนภาคใต้&amp;nbsp; กำหนดจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่บริเวณแปลงที่ดิน ส.ป.ก เลขที่ 83 ตำบลหงษ์เจริญ&amp;nbsp; อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; โดยใช้ชื่อการจัดงานว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดินของทุกคน ร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; หรือ Land for all : Strength communities &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลในยุค คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) มีคำสั่งให้ยึดที่ดิน ส.ป.ก.ทั่วประเทศคืนจากผู้ครอบครองที่ไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; คือไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ยากไร้ แต่เป็นบุคคล&amp;nbsp; บริษัทเอกชน&amp;nbsp; หรือนายทุน&amp;nbsp; โดยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยึดที่ดิน&amp;nbsp; แล้วนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้&amp;nbsp; ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; หรือมีแต่ไม่พอเพียง&amp;nbsp; ครอบครัวละ 5-6 ไร่&amp;nbsp; และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; สาธารณูปโภค&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแปลงที่ดิน ส.ป.ก.เลขที่ 83 &amp;nbsp;ตำบลหงษ์เจริญ&amp;nbsp; มีเนื้อที่ประมาณ 6,400 ไร่ &amp;nbsp;เดิมเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ส.ป.ก.จึงนำมาจัดสรรให้เกษตรกร&amp;nbsp; ต่อมามีบริษัทเอกชนเข้ามากว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านและเข้าครอบครองปลูกปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp; รัฐบาล คสช.จึงยึดที่ดินนำมาจัดสรรและแจกให้เกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 5 ไร่&amp;nbsp; โดยเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ได้ร่วมกันจัดตั้ง &amp;lsquo;สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินหงษ์เจริญ จำกัด&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อบริหารจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. สนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 40,000 บาท (ส่วนที่เหลือเจ้าของบ้านจะต้องสมทบการก่อสร้างเอง) เริ่มก่อสร้างบ้านตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ขณะนี้มีชาวบ้านเข้าไปปลูกสร้างบ้านและเข้าอยู่อาศัยประมาณ 50 ครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือเข้าไปใช้ประโยชน์และและทำกินแล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp; กล้วย&amp;nbsp; มะละกอ&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และมีแผนที่จะปลูกข้าวไร่เพื่อเป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp; โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง&amp;nbsp; วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์&amp;nbsp; จังหวัดชุมพร สนับสนุนด้านความรู้ทางการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ พอช. จำนวน 105 ครอบครัวๆ ละ 40,000 บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงิน 4,200,000&amp;nbsp; บาทแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังสนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ด้านกายภาพ จำนวน&amp;nbsp; 300,000 บาท&amp;nbsp; งบพัฒนาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จำนวน 165,000 บาท&amp;nbsp; และงบพัฒนากระบวนการและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน จำนวน 175,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมงบประมาณทั้งหมด 4,840,000 บาท&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และกองทุนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยการออมเงินเป็นรายเดือนปัจจุบันมีเงินออมทรัพย์และเงินกองทุนเพื่อที่อยูอาศัยจำนวน 132,250 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงชนบทในที่ดิน ส.ป.ก.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จ.ชุมพร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่แปลงที่ดิน ส.ปก. ตำบลหงษ์เจริญ&amp;nbsp; อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร&amp;nbsp; ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงให้ความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท &amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบการใช้ที่ดินแบบมีส่วนร่วมโดยชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนทุกมิติ&amp;nbsp; สร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาเพื่อสนับสนุนความเข้มแข็ง หนุนเสริมการทำงาน&amp;nbsp; พัฒนากลไกให้เกิดความเข้มแข็งระดับชุมชน ตำบล จังหวัด และภาค&amp;nbsp; รวมทั้งเพื่อพัฒนานโยบายเรื่องการใช้ที่ดินที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหา และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภาพรวมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดภาคใต้โดย พอช.และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; มีดังนี้ 1.โครงการบ้านมั่นคงภาคใต้ ได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุนพัฒนาตั้งแต่ปี 2546-2563 ครอบคลุม 14 จังหวัด จำนวน 90 เมือง 393 ชุมชน 27,465 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp; รวม 1,378 ล้านบาท &amp;nbsp;แบ่งเป็นโครงการบ้านมั่นคงเมือง 83 เมือง 381 ชุมชน 26,121 ครัวเรือน งบประมาณรวม 1,322 ล้านบาท 2.โครงการบ้านมั่นคงชนบท (ซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน) &amp;nbsp;จำนวน 7 เมือง 12 ชุมชน 1,344 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณ 55 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะจังหวัดชุมพร&amp;nbsp; มี 8 อำเภอ แบ่งเป็น 2 เทศบาลเมือง 25 เทศบาลตำบล &amp;nbsp;และ 51 องค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งสิ้น 78 ตำบล/เทศบาล &amp;nbsp;พอช.ได้ดำเนินงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดชุมพร จำนวน 78 ตำบล/เทศบาล คิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ทั้งหมด &amp;nbsp;โดยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท โดยใช้กระบวนการสำรวจข้อมูลเป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน/ผู้เดือดร้อน &amp;nbsp;และสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการหาแนวทางแก้ไขปัญหาและมาแลกเปลี่ยนนำเสนอข้อมูลชุมชน &amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหา &amp;nbsp;วางแผนการพัฒนาหมู่บ้านของตัวเอง&amp;nbsp; และการพัฒนาร่วมกับท้องถิ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ปี 2547-2563 พอช.สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้วจำนวน &amp;nbsp;จำนวน 16 โครงการ &amp;nbsp;รวม 22 ชุมชน ผู้รับประโยชน์ 1,478 ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภค &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 91 ล้านบาท และโครงการบ้านพอเพียงชนบท ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560-2563 จำนวนทั้งสิ้น 33 ตำบล &amp;nbsp;ผู้รับประโยชน์ 978 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 17 ล้านบาท &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐภัทร  สุวรรณประทีป, พอช., สมชาติ  ภาระสุวรรณ, สมพร  สาลีอ่อน, สมสุข  บุญญะบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92aac6e71cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
